🔥 Top 5 โปรแกรมบันทึกเวลาทำงาน ยอดนิยม ปี 2024 🔥

Top 5 โปรแกรมบันทึกเวลาทำงาน ยอดนิยม ปี 2024

ในยุคสมัยที่ธุรกิจ ต่างๆ มีการ แข่งขัน กันอย่าง รุนแรง การบริหาร จัดการ เวลา ของ พนักงาน ให้มี ประสิทธิภาพ สูงสุด จึงเป็น สิ่งสำคัญ เพื่อ เพิ่มผลผลิต และลด ต้นทุน ของ องค์กร โปรแกรมบันทึกเวลาทำงาน จึงถูก นำมา ใช้ อย่าง แพร่หลาย เพื่อ ควบคุม และบริหาร จัดการ เวลา ทำงาน ของ พนักงาน ให้มี ประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น ใน บทความ นี้ เรา จะมา รวบรวม ท็อป 5 โปรแกรมบันทึกเวลาทำงาน ยอดนิยม ใน ปี 2024 ที่ได้รับ ความ นิยม อย่าง กว้างขวาง มาแนะนำ ให้คุณ ได้รู้จัก และนำ ไป ประยุกต์ ใช้ กับ องค์กร ของ คุณ เพื่อ เพิ่ม ประสิทธิภาพ ใน การ ทำงาน และ บริหาร จัดการ เวลา ได้ อย่าง มี ประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น

ลำดับโปรแกรมบันทึกเวลาทำงานคุณสมบัติ
1Jarviz App by Fusion Solution– บันทึกเวลาเข้า-ออกงาน ด้วยระบบจีพีเอส
– รายงานการทำงานล่วงเวลา OT
– แจ้งเตือนเมื่อลืมบันทึกเวลาเข้างาน
– เช็คอินด้วยระบบสแกนใบหน้า Face ID
– ติดตามพนักงานทำงานนอกสถานที่
2Buddy Punch– บันทึกเวลาเข้า-ออก ด้วยการกดปุ่มหรือสแกนคิวอาร์โค้ด
– มีระบบจัดการวันหยุด
– รายงานการทำงานล่วงเวลา
– บันทึกข้อมูลการเดินทางของพนักงาน
3OnTheClock– ระบบบันทึกเวลาด้วย IP Address
– ติดตามสถานะการทำงานของพนักงาน
– มีฟังก์ชันตั้งกำหนดเวลาพัก
– แจ้งเตือนการลางาน
4Hubstaff– บันทึกภาพหน้าจอขณะทำงาน เพื่อติดตามการทำงาน
– ติดตามการเคลื่อนไหวของเมาส์และคีย์บอร์ด
– รายงานการทำงาน และประสิทธิภาพการทำงาน
5TSheets– บันทึกเวลาทำงานผ่านแอพพลิเคชันบนมือถือ
– แจ้งเตือนเมื่อถึงเวลาพัก
– รายงานการทำงานล่วงเวลา และรายงานต่างๆ

เปรียบเทียบ ข้อดี ข้อเสีย ระหว่าง โปรแกรมบันทึกเวลาทำงานแต่ละตัว

โปรแกรมข้อดีข้อเสีย
Jarviz App– ใช้งานง่าย ผ่านมือถือ
– มีฟีเจอร์ครบครัน เช่น สแกนใบหน้า, GPS
– ราคาถูก
– ยังเป็นแอปใหม่ อาจมีบั๊กบ้าง
– ต้องลงทุนกับอุปกรณ์สำหรับสแกนใบหน้าบางส่วน
Buddy Punch– มีรีวิวดี ใช้งานง่าย
– มีแพลนฟรีให้ใช้
– รองรับหลายภาษา
– ฟีเจอร์พื้นฐานเท่านั้น
– ราคาแพงหากต้องการฟีเจอร์เพิ่มเติม
– ไม่มี GPS ติดตามตำแหน่ง
OnTheClock– รองรับการทำงานแบบรีโมท
– คุ้มค่าสำหรับ SME
– ใช้งานยาก ต้องเรียนรู้พอสมควร
– ไม่มี GPS
Hubstaff– มีระบบรายงานที่ละเอียด
– มีฟีเจอร์จับภาพหน้าจอพนักงาน
– รองรับภาษาไทย
– ราคาค่อนข้างสูง
– ใช้งานซับซ้อน
TSheets– รองรับแอปมือถือ
– รายงานละเอียด
– ราคาค่อนข้างสูง
– ใช้งานยากสำหรับคนไม่คุ้นเคย

ในการเลือกใช้ โปรแกรมบันทึกเวลาทำงาน นั้น ควรพิจารณาถึงความต้องการและข้อจำกัดขององค์กรเป็นสำคัญ เช่น จำนวนพนักงาน ประเภทธุรกิจ งบประมาณ รวมถึง ความสามารถของพนักงานในการใช้งานโปรแกรมดังกล่าว การเลือกใช้โปรแกรมบันทึกเวลาทำงานที่เหมาะสม จะช่วยให้องค์กรสามารถบริหารจัดการเวลาของพนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความสูญเสียจากการทำงานล่วงเวลาโดยไม่จำเป็น ตลอดจนเพิ่มผลผลิตและประสิทธิภาพในการทำงานให้กับองค์กรได้อย่างแท้จริง ทั้งนี้ หากคุณกำลังมองหาโปรแกรมบันทึกเวลาทำงานที่ใช้งานง่าย ราคาประหยัด และมีฟีเจอร์ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครบครัน Jarviz App จาก Fusion Solution น่าจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคุณ

สรุปแล้ว การมีโปรแกรมบันทึกเวลาทำงานที่ดีและเหมาะสมกับองค์กร จะช่วยให้การบริหารจัดการเวลาทำงานของพนักงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หากท่านสนใจ Jarviz แอปบันทึกเวลาทำงานยอดนิยม หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อ Fusion Solution ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และท่านยังสามารถลองใช้งาน Products อื่นๆ ของ Fusion Solution แบบฟรีได้ที่ SeedKM โปรแกรมจัดการความรู้ภายในองค์กร, Jarviz โปรแกรมบันทึกเวลาทำงาน, OPTIMISTIC โปรแกรมบริหารงานบุคคล HRM-Payroll, Veracity Digital Signature, CLOUDACCOUNT โปรแกรมทำบัญชีออนไลน์, สั่งซื้อ License Microsoft ราคาพิเศษได้ที่ Savemak, โซลูชันวิดีโอคอลวิดีโอคอนเฟอเรนซ์แบบครบวงจร ipphone, สร้าง Chatbot ในองค์กรแบบง่ายๆ Chatframework

และท่านยังสามารถอ่านบทความหรือเนื้อหาอื่นๆ ด้านไอทีได้ที่ บล็อกของ Fusion Solution, ipphone.ai, Chatframework.ai, SeedKM

Related Posts